[WINDOWS 10 TIPS] วิธีปิดบริการ SMBv1 บน Windows และ Windows Server

วันนี้ Keancode.com นำเอาวิธีปิดบริการ SMBv1 (Server Message Block) มาแนะนำ สำหรับผู้ที่กำลังตั้งคำถามอยู่ว่าโปรโตคอล SMBv1 คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร ? ก็ไปฟังคำตอบคร่าว ๆ กันเลยดีกว่า โปรโตคอล SMB ที่กล่าวถึงคือโปรโตคอลที่ทำหน้าที่รับส่งไฟล์ข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานภายในเครือข่ายเดียวกัน จะมีการรับส่งข้อมูลลักษณะ Client และ Server โดยปัจจุบันโปรโตคอล SMB มี 3 เวอร์ชั่นดังนี้ SMBv1, SMBv2 และ SMBv3

สาเหตุอะไร ? ที่เราจำเป็นต้องปิดการใช้งานโปรโตคอล SMBv1 ทิ้งไป
คำตอบ ก็เพราะโปรโตคอลรุ่นดังกล่าวเป็นเวอร์ชั่นที่เก่ามากแล้ว อาจเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้มัลแวร์ หรือไวรัสร้ายแพร่กระจายตัวเข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั้นเอง

แล้ววิธีปิดบริการ SMBv1 ทำอย่างไร ?

ไปหาคำตอบได้จาก “วิธีปิดโปรโตคอล SMBv1” ด่านล้างกันเลยดีกว่า

วิธีปิดบริการ SMBv1 ฝั่ง Client (ผู้ใช้งานทั่วไป)

1. เริ่มแรกให้เราไปที่ช่อง Search Box ของวินโดวน์ 10 แล้วพิมพ์ “Turn Windows features on or off” ลงไป จากนั้นทำการคลิกเปิดขึ้นมา

Search Box Turn Windows features on or off.
Search Box Turn Windows features on or off.

2. จะพบว่า SMB 1.0 ได้ถูกเปิดการใช้งานไว้อยู่แล้ว ให้ทำการคลิกเครื่องหมายถูกออก จากนั้นทำการคลิกที่ปุ่ม “OK” ได้เลย

จะพบว่า SMBv1 ถูกเปิดใช้งาน
จะพบว่า SMBv1 ถูกเปิดใช้งานอยู่
คลิกเครื่องหมายถูกออก เพื่อปิดบริการ SMBv1 ฝั่ง Client
คลิกเครื่องหมายถูกออก เพื่อปิดบริการ SMBv1 ฝั่ง Client

3. ระบบจะให้ทำการรีสตาร์ท Windows 10 ใหม่ ให้เราคลิก “Restart now” เพื่อเริ่มระบบปฏิบัติการใหม่ เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการปิดโปรโตคอล SMBv1 ฝั่ง Client เป็นที่เรียบร้อย

Restart now.
Restart now.

วิธีปิดบริการ SMBv1 ฝั่ง Server (ผู้ให้บริการเครือข่ายฝั่งเครื่อง Server)

ให้ทำการเปิดหน้าต่าง “Server Manager” ขึ้นมา จากนั้นให้ทำการคลิกเครื่องหมายถูกหน้า SMB 1.0 ออกดังรูป เป็นอันเสร็จเรียบร้อยสำหรับวิธีปิดบริการ SMBv1 ฝั่ง Server

ปิดบริการ SMBv1 ฝั่ง Server
ปิดบริการ SMBv1 ฝั่ง Server

เป็นยังไงกันบ้างครับเสร็จสิ้นกันไปเรียบร้อยแล้วกับวิธีการปิดบริการ SMB บริการรับส่งไฟล์ข้อมูลผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายภัยร้ายตามมาหากยังนิ่งเฉยไม่ยอมปิดการใช้งาน SMBv1 ส่วนนี้ลง ยิ่งไปกว่านั้นช่วงนี้มัลแวร์ร้ายก็กำลังระบาดอย่างหนักส่งผลให้ผู้ใช้งานหลายรายเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน มาหาทางป้องกันไว้ดีกว่าตามแก้กันนะครับ

ที่มา : blognone

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *