โครงสร้างของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง ?

เมื่อเราได้ทำความรู้จักกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาบ้างแล้วว่าคืออะไร มีกี่ชนิด อะไรบ้าง ? วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องโครงสร้างแต่ละรูปแบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ว่าสามารถสร้างรูปแบบไหนได้บ้าง และในแต่ละโครงสร้างเหมาะสำหรับนำไปใช้ในทางด้านใด ? รวมทั้งข้อดี – ข้อเสียของแต่ละรูปแบบ

รูปแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 5 รูปแบบดังนี้

  • เครือข่ายแบบบัส (Bus Network)
  • เครือข่ายแบบสตาร์ (Star Network)
  • เครือข่ายแบบริง (Ring Network)
  • เครือข่ายแบบผสม (Mesh Network)
  • เครือข่ายแบบไร้สาย (Wireless Network)

เครือข่ายแบบบัส (Bus Network)

การเชื่อมต่อเครือข่ายใช้สายสัญญาณต่อเชื่อมกันแบบบัส (Bus) โดยสัญญาณจะถูกกระจายไปตลอดทั้งเส้นทางเป็นทางเดินร่วมกันระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง

bus network ที่มารูป : bbc
Bus network ที่มารูป : bbc

ข้อดีแบบบัส (Bus Network)

  • การใช้สายส่งข้อมูลจะใช้สายส่งข้อมูลร่วมกัน ช่วยลดค่าใช้จ่าย
  • มีโครงสร้างที่ง่าย และมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากใช้สายส่งข้อมูลเพียงเส้นเดียว
  • การเพิ่มจุดใช้บริการใหม่ทำได้ง่าย

ข้อเสียแบบบัส (Bus Network)

  • การหาข้อผิดพลาดทำได้ยาก เนื่องจากในเครือข่ายจะไม่มีศูนย์กลางในการควบคุมอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง
  • กรณีเกิดความเสียหายในการส่งข้อมูลจะทำให้ทั้งเครือข่ายไม่สามารถทำงานได้
  • เมื่อมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดการชนกันของข้อมูล

เครือข่ายแบบสตาร์ (Star Network)

การเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เข้าสู่คอมพิวเตอร์ที่เป็นศูนย์กลางโดยใช้ “ฮับ (Hub)” หรือ “สวิตช์ (Switch)” เป็นจุดเชื่อม โดยเราจะเรียกคอมพิวเตอร์ที่เป็นศูนย์กลางนั้นว่า “โฮสต์คอมพิวเตอร์ (Host Computer)”

star network ที่มารูป : bbc
Star network ที่มารูป : bbc

ข้อดีแบบสตาร์ (Star Network)

  • การเชื่อมต่อแบบสตาร์จะมีโฮสต์คอมพิวเตอร์อยู่ที่จุดเดียว ทำให้ง่ายในการติดตั้ง
  • จุดใช้งาน 1 จุด ต่อกับสายส่งข้อมูล 1 เส้น เมื่อเกิดการเสียหายที่จุดใดในเครือข่ายจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานจุดอื่น

ข้อเสียแบบสตาร์ (Star Network)

  • ใช้สายส่งข้อมูลเป็นจำนวนมาก
  • การเพิ่มจุดใหม่เข้าไปในระบบทำได้ยาก
  • ถ้าโฮสต์คอมพิวเตอร์เกิดเสียหายจะไม่สามารถใช้งานเครือข่ายได้

เครือข่ายแบบริง (Ring Network)

การเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงแหวน (Ring Network) การติดต่อสื่อสารจะใช้โทเค็น (Token)” เป็นสื่อกลางการติดต่อภายในเครือข่าย

ring network ที่มารูป : bbc
Ring network ที่มารูป : bbc

ข้อดีแบบริง (Ring Network)

  • ใช้สายส่งข้อมูลน้อย ทำให้เพิ่มความน่าเชื่อถือในการส่งข้อมูลได้มากขึ้น
  • เหมาะสำหรับใช้กับเคเบิลเส้นใยแก้วนำแสง จะช่วยให้ส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง

ข้อเสียแบบริง (Ring Network)

  • การส่งข้อมูลบนวงแหวนจะต้องผ่านทุก ๆ จุดที่อยู่ในวงแหวน หากมีจุดใดจุดหนึ่งเสียหาย ทั้งเครือข่ายก็จะไม่สามารถติดต่อกันได้
  • การตรวจสอบข้อผิดพลาดอาจต้องทดสอบระหว่างจุดกับจุด
  • ยากต่อการเพิ่มจุดใช้งานใหม่

เครือข่ายแบบผสม (Mesh Network)

การเชื่อมต่อเครือข่ายที่ไม่มีรูปแบบแน่นอนเช่น ใช้เครือข่ายแบบบัสผสมกับเครือข่ายแบบสตาร์

เครือข่ายแบบไร้สาย (Wireless Network)

เริ่มแรกนั้นสามารถรับส่งข้อมูลได้ 2 Mbps (Megabits Per Second) จนพัฒนาให้สามารถส่งข้อมูลได้ 11 Mbps สามารถส่งข้อมูลไปบนความถี่ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ ซึ่งเรียกว่า “Spread Spectrum

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *